สรรพคุณของส้ม

สรรพคุณของส้ม

  1. ดื่มแก้กระหาย เพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า
  2. ส้ม มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระมากมาย จึงช่วยในการชะลอวัย
  3. ส้มมีคุณสมบัติในการช่วยสร้างคอลลาเจน ทำให้ช่วยลดเลือนหรือชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้
  4. ส้ม ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
  5. ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีไม่แห้งกร้าน
  6. ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก เพราะส้มมีวิตามินซี
  7. ช่วยเสริมสร้างกระดูดให้แข็งแรง ด้วยแคลเซียม และวิตามินดีจากส้ม
  8. การกินส้มก็ช่วยลดสภาวะความเครียดได้เหมือนกันนะ
  9. ส้มช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง
  10. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  11. ช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน
  12. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
  13. ช่วยในการขับถ่าย เพราะส้มมีกากใยสูง
  14. ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็งที่ปาก กล่องเสียง และที่กระเพาะ
  15. ช่วยป้องกันการเป็นอัมพาตหากกินผลไม้ตระกูลส้มเป็นประจำ
  16. สารฟลาโวนอยด์ในส้ม จะช่วยป้องกันการอักเสบและเลือดจับตัวกันเป็นก้อน
  17. ในส้มมีสารเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยชะลอความเสื่อมเส้นผม เล็บ และผิวของคุณ และช่วยให้ผนังหลอดเลือดเส้นเลือดฝอยแข็งแรง
  18. ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกายของเรา
  19. ช่วยในการสมานแผลต่างๆ เช่น แผลไฟไหม้ หรือแผลหลังผ่าตัดให้หายดียิ่งขึ้น
  20. เปลือกส้มจะมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ และเป็นยาระบายอ่อนๆ
  21. เปลือกส้ม มีสารช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยกรองสารพิษในตับได้ด้วย
  22. การเสิร์ฟเปลือกส้มคู่กับอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ จะช่วยในการย่อยอาหารที่มีไขมันสูงได้
  23. เปลือกส้มมีฤทธิ์ในการช่วยทำลายเซลล์มะเร็งได้
  24. เปลือกส้มที่แห้งแล้วเมื่อนำไปจุดไฟจะมีกลิ่นหอมและมีคุณสมบัติในการไล่ยุง
  25. ประโยชน์ของส้มจากน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกส้มก็ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและช่วยกระตุ้นระบบประสาทได้ดี
Advertisements
โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

โทษของส้ม

 โทษของส้ม

โรคส้มที่สำคัญในประเทศไทยและสาเหตุการแพร่ระบาดส้มปลอดโรคไม่ใช่ส้มต้านทานโรค ต้นส้มเหล่านี้จะติดโรคได้ตลอดเวลา ถ้าการดูแลรักษาไม่ดีหรือไม่ถูกต้อง โรคที่สำคัญก็ดังที่กล่าวมาแล้วคือ โรคกรีนนิ่ง โรคทริสเตซ่าไวรัส โรคเอ็กโซคอร์ติสไวรอยด์ และโรคแททเทอร์ลีฟไวรัสโรคที่มีความสำคัญสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งและอันดับสอง คือโรคกรีนนิ่ง ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในท่ออาหารของต้นส้ม และโรคทริสเตซ่าไวรัส ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อ การที่โรคทั้งสองนี้ถือว่ามีความสำคัญ เพราะเป็นโรคที่ทำความเสียหายร้ายแรงแก่ต้นส้มเขียวหวาน ส้มเช้ง ส้มโอ และมะนาว ซึ่งเป็นส้มเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส้มเขียวหวาน ซึ่งไม่มีความต้านทานต่อโรคกรีนนิ่งเลย และปัจจุบันพบว่าเป็นโรคทริสเตซ่าสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงสูงอีกโรคหนึ่งด้วย ทำให้อายุสวนส้มเขียวหวานโดยเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ 8 ปีเท่านั้น นอกจากปัจจัยทางด้านความรุนแรงของเชื้อโรคและความอ่อนแอของต้นส้มแล้ว สาเหตุสำคัญที่ทำให้ทั้งสองโรคนี้ถูกยกระดับว่ามีความรุนแรงกว่าโรคอื่น ก็เพราะการแพร่ระบาดของทั้งสองโรคนี้นั้น เกิดขึ้นโดยทางกิ่งพันธุ์และแมลงพาหะ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการถ่ายเชื้อ เชื้อกรีนนิ่งมีเพลี้ยไก่แจ้เป็นแมลงพาหะ ส่วนเชื้อโรคทริสเตซ่านั้น มีเพลี้ยอ่อนส้มเป็นแมลงพาหะแมลงทั้งสองชนิดนี้พบระบาดทั่วไปในสวนส้มทั่วประเทศ

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , | ใส่ความเห็น

ประโยชน์ของส้ม

ส้ม

ส้ม (Orange) ผลไม้ยอดฮิตตลอดการจัดเป็นผลไม้ตระกูล Citrus ให้รสชาติเปรี้ยวหวาน ที่ยังอุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายของเรา เอ…แล้วส้มมีวิตามินอะไรบ้าง? เช่น วิตามินซี วิตามินเอ (เบต้าแคโรทีน) วิตามินบี วิตามินดี ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และ คอลลาเจน อีกด้วย และนอกจากนี้ยังมี ใยอาหาร ที่ช่วยในระบบขับถ่ายอีกด้วย สำหรับสรรพคุณของส้มในเรื่องอื่นๆ เช่น ช่วยรักษาเลือดออกตามไรฟัน ช่วยล้างสารพิษในร่างกายด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น

สำหรับการกินส้มนั้นสามารถกินได้ทุกเพศทุกวัยไม่ว่าจะเด็กหรือใหญ่ก็ตามแต่ทั้งนี้เด็กต้องอายุมากกว่า 6 เดือนและการให้ดื่มน้ำส้มนั้นควรจะผสมน้ำเปล่าไป ด้วยในปริมาณครึ่งต่อครึ่ง ทั้งนี้เพื่อลดการระคายเคืองสำหรับเด็กเพราะส้มนั้นจะมีรสชาติเข้มข้น และการผสมน้ำก็เป็นอีกวิธีสำคัญที่ทำให้เด็กไม่ติดกินหวานได้ดีอีกด้วย และถัดมาสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานหรือโรคไตหรือคิดว่ากำลังจะลดความอ้วน ควรกินด้วยความระมัดระวัง เพราะส้มมีน้ำตาลและโพรแทสเซียม สูง แต่ถ้าจะกินควรเลือกกินเพราะว่าส้มมันมีกากใยมากกว่าคิดว่าเป็นน้ำส้มคั้น

ส้มมีวิตามินซีเท่าไร? ผลส้มสด 100 กรัม จะมีเบต้าแคโรทีน 82 ไมโครกรัม และวิตามินซี 50 มิลลิกรัม โดยส้ม 1 ผลส้มโดยทั่วไปจะมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 140 กรัม ก็เท่ากับว่าส้ม 1 ลูกมีวิตามินซี 70 mg. และมีเบต้าแคโรทีน 115 mcg. นั่นเอง “โดยการกินส้มวันละผลถือเป็นสิ่งที่ดี และยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งบางชนิดได้อีกด้วย”

สำหรับสายพันธุ์ส้มนั้นมีหลากหลายชนิด แต่ละชนิดจะมีลักษณะและรสชาติที่แตกต่างกันออกไป โดยการเลือกซื้อส้มให้มีรสชาติหวานอร่อยควรเลือดส้มที่ผิว เรียบเนียน เปลือกบางเพราะจะให้น้ำเยอะ สำหรับส้มนิยมปลูกมากในบ้านเรานี้ก็ได้แก่ ส้มเกลี้ยง ส้มเขียวหวาน ส้มจุก ส้มตรา(ส้มเช้ง) และส้มโอ ส่วนชนิดของ ส้มนั้น ก็ได้แก่

  • ประโยชน์ของส้มส้มเขียวหวาน มีเนื้อหวาน เหมาะกับการคั้นกินสดๆ มีเปลือกบางและคั้นดื่มง่าย
  • ส้มเกลี้ยง ถิ่นกำเนิดจากจีน เป็นหนึ่งในตระกูลส้มที่นิยมปลูกกันมากในไทย เหมาะแก่การใช้ทำบุญหรืองานเทศกาลต่างๆ
  • ส้มเช้ง หรือ ส้มตรา ส้มพื้นเมืองของชาวจีนและจัดว่าเป็นผลไม้มงคลในการประกอบพิธีต่างๆ ใช้กินสดๆหรือทำเป็นน้ำผลไม้
  • ส้มแก้ว ปลูกมากในจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นส้มที่มีขนาดใหญ่รองจากส้มโอ นิยมใช้ทำน้ำส้มคั้น และเป็นผลไม้เซ่นไหว้ในช่วงเทศกาลต่างๆ
  • ส้มจุก มีรสขาติหวานอ่อนๆ เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
  • ส้มจีน ผลไม้มงคลสำหรับคนจีนสีเหมือนทอง นิยมนำมาไหว้เจ้าหรือบรรพบุรุษ
  • ส้มจี๊ด ไม่นิยมนำมากินเพราะมีรสเปรี้ยวมาก แต่คนจีนนิยมนำมาอบแห้ง
  • ส้มโอ สามารถนำทำอาหารได้หลายชนิด ทั้งคาวและหวาน
  • ส้มซันคิสต์ รสชาติเข้มข้น เปลือกมีกลิ่นหอม นิยมใช้เปลือกมาทำขนมเช่น แยม คุกกี้
  • เลมอน มีรสเปรี้ยวหวานนิดๆ เป็นที่นิยมของต่างประเทศ
  • มะนาว ก็จัดอยู่ในตระกูลส้มเหมือนกันและจัดว่ามีรสเปรี้ยวมากที่สุด
  • มะกรูด นิยมนำกลิ่นหอมจากเปลือกมาใช้ในการปรุงอาหาร แต่น้ำมะกรูดก็นำมาใช้ทำยาสระผมได้เหมือนกัน

สรรพคุณของส้ม

  1. ดื่มแก้กระหาย เพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า
  2. ส้ม มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระมากมาย จึงช่วยในการชะลอวัย
  3. ส้มมีคุณสมบัติในการช่วยสร้างคอลลาเจน ทำให้ช่วยลดเลือนหรือชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้
  4. ส้ม ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
  5. ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีไม่แห้งกร้าน
  6. ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก เพราะส้มมีวิตามินซี
  7. ช่วยเสริมสร้างกระดูดให้แข็งแรง ด้วยแคลเซียม และวิตามินดีจากส้ม
  8. การกินส้มก็ช่วยลดสภาวะความเครียดได้เหมือนกันนะ
  9. ส้มช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง
  10. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  11. ช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน
  12. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
  13. ช่วยในการขับถ่าย เพราะส้มมีกากใยสูง
  14. ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็งที่ปาก กล่องเสียง และที่กระเพาะ
  15. ช่วยป้องกันการเป็นอัมพาตหากกินผลไม้ตระกูลส้มเป็นประจำ
  16. สารฟลาโวนอยด์ในส้ม จะช่วยป้องกันการอักเสบและเลือดจับตัวกันเป็นก้อน
  17. ในส้มมีสารเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยชะลอความเสื่อมเส้นผม เล็บ และผิวของคุณ และช่วยให้ผนังหลอดเลือดเส้นเลือดฝอยแข็งแรง
  18. ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกายของเรา
  19. ช่วยในการสมานแผลต่างๆ เช่น แผลไฟไหม้ หรือแผลหลังผ่าตัดให้หายดียิ่งขึ้น
  20. เปลือกส้มจะมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ และเป็นยาระบายอ่อนๆ
  21. เปลือกส้ม มีสารช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยกรองสารพิษในตับได้ด้วย
  22. การเสิร์ฟเปลือกส้มคู่กับอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ จะช่วยในการย่อยอาหารที่มีไขมันสูงได้
  23. เปลือกส้มมีฤทธิ์ในการช่วยทำลายเซลล์มะเร็งได้
  24. เปลือกส้มที่แห้งแล้วเมื่อนำไปจุดไฟจะมีกลิ่นหอมและมีคุณสมบัติในการไล่ยุง
  25. ประโยชน์ของส้มจากน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกส้มก็ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและช่วยกระตุ้นระบบประสาทได้ดี
โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

Hello world!

This is your very first post. Click the Edit link to modify or delete it, or start a new post. If you like, use this post to tell readers why you started this blog and what you plan to do with it.

Happy blogging!

| 1 ความเห็น